รีวิวรองพื้นสำหรับผิวหน้าแห้ง ผิวผสม ใช้ดีบอกต่อปี 2019

เข้าชม : 242   |  




การแต่งหน้ากับผู้หญิงยังไงก็ขาดกันไม่ได้ ยิ่งกับสาวๆคนไหนท่มีผิวหน้าแห้ง หรือกึ่งๆผิวผสม ยิ่งต้องใส่ใจกับทุกเครื่องสำอาง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้น "รองพื้น" ค่ะ จะแต่งออกมาสวยไม่สวยมันอยู่ที่รองพื้นเนี่ยแหละค่ะ เลือกรองพื้นผิดชีวิตเปลี่ยนทันทีเลยนะคะ หน้าเทาบ้าง หน้าเหลือง แถมถ้าใช้รองพื้นที่ไม่เข้ากับผิวหน้า อาจจะทำให้หล้าลอก หน้าเป็นขุย แต่งหน้าไม่ติดก็ได้นะเออ วันนี้ GangBeauty เลยมีรีวิวรองพื้นสำหรับสาวผิวหน้าแห้ง ผิวผสม ที่ใช้ดีใน 2019 มาฝากค่ะ ตามไปดูกันเลย.....

( กระทู้นี้เขียนโดย ปูพรมรอ )

สวัสดีค่ะ วันนี้มีรองพื้นสำหรับสาวที่ผิวแห้ง ผิวผสมมากฝากค่ะ บอกก่อนเลยนะคะ นี่เป็นการรีวิวครั้งแรกของเรา คืออยากจะรีวิวหลายรอบแล้วค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสสักที วันนี้เลยหาเรื่องที่จะมารีวิวรองพื้นสำหรับคนผิวแห้ง ผิวผสมดีกว่า เราเองเป็นคนผิวผสมค่ะ ยิ่งเข้าหน้าหนาว แบบนี้หลายๆคนอาจจะเจอปัญหาผิวแห้ง หน้าลอกเป็นขุย ยิ่งคนที่ผิวแห้ง ผิวผสมอย่างเรานี่ร้องไห้หนักมากจ้าาาาา แต่งหน้ายากมาก แค่ลงรองพื้นก็แย่แล้วอ่ะ หน้าเป็นขุย เป็นคราบน่าเกลียดสุดๆ ยิ่งแป้งพัฟไม่ต้องพูดถึงค่ะ แค่รองพื้นยังไม่รอด นับประสาอะไรจะไปทาแป้งพัฟ !!เพราะฉะนั้น ถ้ารองพื้นรอด ก็ไม่มีอุปสรรคใดๆในการแต่งหน้าค่ะ  
ตัวเราเองก็ลองผิดลองถูกมาเยอะ พยายามหารองพื้นที่เหมาะกับผิวผสมของตัวเอง ที่ทาแล้วหน้าไม่เป็นขุย เอาง่ายๆว่าทาแล้วรอดอ่ะ จนในที่สุดก็เจอค่ะ รองพื้นที่เหมาะกับชาวเรา อีกอย่างคือ ราคาไม่ถึงพันบาทด้วยนะเออออ วันนี้เลยเลือกตัวเด็ดที่ในดวงใจคนผิวผสมแบบเรา ใช้แล้วช๊อบชอบมาฝากค่ะ

1. Merrezca Illumination light up SPF50+/PA+++





ตัวแรกเลยขอแนะนำเป็น Merrezca Perfecting Skin Illumination Light Up SPF50+/PA+++ เลยค่าาาา ตัวนี้ความจริงคนผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสมใช้ได้หมดค่ะ รอดแน่นอน ตัวนี้เค้าจะมีความฉ่ำๆ โกลว์ๆ ลุคสาวเกาหลีเลยนะ  แต่ไม่ต้องกลัวหน้ามันนะคะ  เพราะเค้าคุมมันได้ดีเลยค่ะขอบอก สำหรับเนื้อเค้าออกแบบมาให้ความชุ่มชื้นเติมน้ำให้ผิวได้ดีเลย ทาแล้วเค้าไม่แห้ง ไม่แมทท์จนเกินไป  ทำให้เกลี่ยง่าย แล้วก็ไม่เป็นคราบ แถมยังรู้สึกว่าผิวเราชุ่มชื่นขึ้นด้วย ชอบมากกกก ยกให้เป็นลูกรักเลย งานผิวเกาหลีแต่หน้าไม่มันก็ตัวนี้แหละ



ตัวนี้เป็นขวดแบบฝาปั๊ม ทำให้ใช้สะดวกและกะปริมาณได้ดี สะดวกในการใช้งาน แพคเกจเป็นขวดแก้ว ขนาดกำลังดี



เนื้อรองพื้นปั๊มออกมาตอนแรกเค้าจะเป็นสีขาวค่ะ แต่หลังจากนั้นพอเกลี่ยเค้าก็จะกลายเป็นสีเนื้อที่ปรับให้เข้ากับสีผิวของเราได้เองอัตโนมัติเลย ไม่หนา แล้วก็เกาะผิวดีด้วย ตัวนี้เนื้อเกลี่ยง่ายนะคะ จะใช้มือ หรือว่าฟองน้ำในการเกลี่ยก็ได้เช่นกัน หรือจะใช้แปรงก็ได้นะคะ เท่าที่เราลองมาค้นพบว่าลงด้วยอะไรก็เนียนค่ะ พอทาปุ๊ปใช้เวลาแป๊ปเดียวพอรองพื้นเซตตัวจะสังเกตได้ว่าผิวจะดูมีความฉ่ำน้ำ ชุ่มชื้น มีความโกลว์ๆสไตล์เกาหลีผิวสวย แต่ไม่ได้ฉ่ำวาวจนเยิ้มนะคะ ให้งานผิวกำลังดีเลยค่ะ เรื่องปกปิดก็ใช้ได้เลย รูขุมขนกับรอยดำรอยแดงของสิวก็ช่วยปกปิดได้ในระดับดี ถ้ารอยไม่เข้มมาก ไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์ก็รอดค่ะ หน้าไม่ดรอประหว่างวันด้วย เราคิดว่าตัวนี้สาวผิวไหนก็ใช้ได้นะ ไม่ว่าจะผิวแห้ง ผิวผสม หรือว่าผิวมัน

2. Maybelline New York Fit Me Foundation



อีกตัวที่แนะนำเลยก็เป็น ตัว Fit Me ค่ะ เป็นรองพื้นที่มีเฉดเยอะมากกกก !! เยอะจริงๆค่ะ ข้อเสียของการที่เฉดมันเยอะก็คือเลือกยากนี่แหละค่ะ มันลังเลว่า ควรจะเอาอะไหนดี สีไหนเหมาะกับเรา ประมาณนั้น เชื่อว่าหลายคนเป็นจริงๆค่ะ ในที่สุดเราก็เลือกสี 238 มา ก็ใกล้เคียงกับสีผิวเราเลยค่ะ แต่ตัวนี้เค้าบอกว่าเค้าคุมมันค่ะ !! แต่พอใช้จริงเค้าก็ไม่ได้คุมได้อะไรขนาดนั้นค่ะ อย่างเราผิวผสม ใช้ตัวนี้แล้วทีโซนก็ค่อนข้างเยิ้มพอสมควรเลยนะ





ตอนซื้อมายังเป็นรุ่นเก่าอยู่ค่ะ ยังไม่ใช่แบบฝาปั๊ม แต่ฝาแบบนี้ข้อเสียก็คือควบคุมปริมาณไม่ได้ค่ะ บางทีหกมาพรวดเลยก็มี กะปริมาณลำบาก เสียดายของมากๆ แต่ตอนนี้เค้าเปลี่ยนเป็นหัวปั๊มสะดวกสบายมากขึ้นแล้วค่ะ



เนื้อรองพื้นมีความข้น แต่ว่าเกลี่ยง่ายค่ะ ใช้นิ้วเกลี่ยก็ปกปิดรูขุมขนได้ระดับนึงค่ะ ถ้าใช้ฟองน้ำเกลี่ยก็จะเรียบเนียนยิ่งขึ้น แต่ว่าเค้าก็ไม่ได้ปกปิดรูขุมขนได้ดีตึบอะไรขนาดนั้นค่ะ ยังมีความเบาบาง พอทาเสร็จก็ไม่ได้ดูโบ๊ะจนเกินไป ยังมีความเป็นงานผิวให้เห็นอยู่ค่ะ เรื่องคุมมันเราว่ายังไม่โอเคเท่าไร ผิวผสมแบบเรายังมีความมันเยิ้มบริเวณทีโซนให้เห็นอยู่ค่ะ ซึ่งตัวนี้ ใครที่ผิวมัน มันมากๆ แนะนำว่าไม่ควรใช้อย่างยิ่งแม้คุณจะทำงานในออฟฟิศก็ตาม หน้าไม่ดรอประหว่างวัน แต่ต้องเลือกเฉดให้ตรงกับสีผิวของตัวเองนะคะ ข้อนี้ต้องระวังมากๆเพราะ Fit Me เค้ามีเฉดให้เลือก เยอะมาก !! ฉะนั้นเค้าจึงเหมาะกับคนที่ผิวแห้ง - ผิวผสมที่ยังต้องการความดิวอี้ ความโกลว์ของหน้าค่ะ

3. L'OREAL PARIS True Match Liquid Foundation SPF 16 PA+++



ตีคู่มากับ Fit me ก็ต้อง Loreal True matte เลยค่ะ สีที่เราใช้เป็นสี G2 รุ่นนี้เท่าที่ไปอ่านรีวิวเดี่ยวเค้ามาหลายๆรีวิว เค้ามีทั้งหมด 13 เฉดนะคะ แต่ตอนเราไปซื้อ ทำไมมีแค่ 6 เฉด ?? ทั้งๆที่ตอนไปซื้อเค้าก็มีรุ่นใหม่ออกมา?? อันนี้ก็ไม่รู้นะคะ เล่าให้ฟังเฉยๆ555 เข้าเรื่องของเราต่อ สีแต่ละเฉดของเค้าจะคล้ายกันมากค่ะ มาแนวเดียวกับฟิตมีเลย มีตั้งแต่ขาวมาก ขาว ยันไปคนผิวคล้ำเลยค่ะ ส่วนของเราที่ใช้อยู่คือ ฝาแตกไปแล้วค่ะ ซึ่งเราคิดว่ามันแตกง่ายมากเลย เลยเหลือแค่ขวดเพียวๆแบบนี้แหละค่ะ



อย่างที่บอกไปว่าฝาเราแตกไปแล้วค่ะ เหลือแต่ขวดเพียวๆ เวลาใช้แต่ละครั้งรองพื้นมันก็จะเกาะกันอยู่ที่รูขวดอ่ะค่ะ แล้วก็แห้งแบบคารูอยู่แบบนั้นแหละค่ะ แต่ยังดีที่เป็นปั๊มค่ะ ทำให้เรากะปริมาณในการใช้ได้ดี



เนื้อรองพื้นค่อนข้างเหลวค่ะ แต่มียังมีความเข้มข้นอยู่ เกลี่ยง่าย ใช้มือเกลี่ยก็ได้ก็โอเคแล้วค่ะ แต่ถ้าอยากให้เรียบเนียนยิ่งขึ้นก็ใช้ฟองน้ำค่ะ เรื่องความปกปิดนี่เราว่าเค้ายังไม่ได้ปกปิดได้มากเท่าไร เรื่องรูขุมขนก็ปกปิดได้หมด ตรงไหนรูกว้างหน่อยก็ไม่รอด รูเล็กๆก็รอดไป เพราะเหมือนจะเน้นไปทางงานผิวมากกว่า มันมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า  แต่เค้าแอบมีความกลิตเตอร์อยู่เล็กๆนะ ถ้าสังเกตที่ขวดดีๆจะเห็นว่าเค้ามีกลิตเตอร์อยู่ในรองพื้นออกแนวสีทองๆ เรื่องคุมมันเค้าก็ไม่ได้คุมได้ 100% หรือได้ยาวนานเท่าไรค่ะ เพราะตัวเราที่ผิวผสมใช้แล้วหน้าค่อนข้างมันเลย แต่คิดว่าผิวแห้งมากๆ ก็น่าชอบกันนะ เน้นงานผิวใสๆ ไม่ต้องการการคุมมัน ปกปิดอะไรมาก

4. Bourjois Healthy Mix Serum Gel Foundation



ตัวนี้เค้าเป็นรองพื้นสำหรับคนผิวแห้งต้องการการบำรุงโดยเฉพาะเลย เน้นเรื่องงานผิวฉ่ำๆ ให้ความสุขภาพดี เพราะเป็นรองพื้นที่ผสมสารบำรุงด้วย เบอร์ที่เราใช้คือ 52 คนผิวมันควรหลีกเลี่ยงค่ะเพราะเค้าไม่เน้นคุมมันเน้นการให้ความชุ่มชื้นซะมากกว่า ปกปิดได้เล็กน้อย ถ้าใครที่เน้นลุคแบบดิวอี้ก็ตัวนี้เลยค่ะ ด้วยความที่เค้าไม่เน้นคุมมัน เค้าก็จะเหมาะกับคนผิวผสมและผิวแห้งเลยค่ะ



ฝาของเค้าจะเป็นหัวปั้มค่ะ กะเรื่องปริมาณในการใช้สะดวกดีค่ะ ตัวฝาเป็นพลาสติก อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าตกแล้วคงไม่แตก ขวดเป็นแก้มนะคะ แพคเกจทำออกมาดูดี มีน้ำหนักพอประมาณ



เนื้อรองพื้นเข้มข้นดีค่ะ บางเบา ไม่เหนียว เกลี่ยง่าย   พอทาไปแล้วเค้าจะดูฉ่ำๆ โกลว์ๆหน่อยๆ แต่ก็แอบลอยนิดนึง เพราะว่าเฉดมันไม่ได้มีให้เลือกมากเท่าไรค่ะ ก็เลยเลือกที่ใกล้เคียงที่สุด เรื่องปกปิดได้แค่ระดับปานกลาง ที่หน้าเป็นรอยเยอะๆหรือรอยที่คล้ำมากๆก็เอาไม่อยู่ค่ะ  เหมือนเค้าจะเน้นไปทางงานผิว แต่รองพื้นเค้ามีน้ำหอมค่ะ ใครที่หน้าแพ้ง่าย หรือแพ้น้ำหอมอาจจะมีอาการระคายเคืองได้ หลังจากการใช้เรารู้สึกว่า มันค่อนข้างสบายผิวเลยแหละ เป็นธรรมชาติ อย่างที่บอกไปว่าเค้าเน้นงานผิวอ่ะเน๊าะ ไม่เน้นคุมมันแต่ว่าก็ไม่ได้ทำให้มันเพิ่มค่ะ  สำหรับสาวๆที่ผิวผสม หรือผิวแห้ง ตัวนี้ก็พอได้อยู่

5. Physicians Formula The Healthy Foundation SPF/PFS 20



หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักแบรนด์ Physicians Formula นี้เท่าไร เพราะว่า เค้าก็ไม่ได้โปรโมทในไทยอะไรมากขนาดนั้น Physicians Formula เป็นแบรนด์ที่เกิดมาเพื่อสาวๆผิวบอบบางและแพ้ง่ายโดยเฉพาะ


สาเหตุหลักที่แบรนด์นี้เหมาะกับสาวผิวแพ้ง่าย เพราะมีความอ่อนโยนปลอดภัย ไม่ใช้น้ำหอม ปราศจากสาร PABA หรือสารก่อการระคายเคืองกว่า 132 ชนิด เนื่องจากผู้คิดค้นเป็นนายแพทย์ชาวอเมริกัน ที่มีภรรยาเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก ก็คือ?..วิจัยเครื่องสำอางให้แฟนใช้แต่งหน้าได้โดยไม่เกิดการแพ้ โรแมนติกมากแม่ แต่?..วัตสันกับอีฟแอนด์บอย เค้าไม่ขายแล้ว T_T  หาซื้อยากจริงๆค่ะยี่ห้อนี้ ยิ่งตัวท็อปๆแบบ Youthful wear spotless นี่ไม่ต้องพูดถึงค่ะ ไม่มีขายแล้ววว ต้องสั่งออนไลน์ไม่ก็ฝากหิ้ว  เรามาเข้าเรื่องของเราดีกว่า คือรุ่นนี้บอกเลยว่า รีวิวน้อยมากค่ะในไทย ส่วนใหญ่จะเป็นพวก บตบก.ของต่างชาติ ตัวนี้จากที่ดูรีวิวของต่างชาตินั่นแหละค่ะ เค้าจะเน้นไปเรื่องปกปิด รอยต่างๆบนใบหน้า พวกรอยกระ รอยแดง อะไรพวกนี้ค่ะ



ดีไซน์มาเป็นแปรงหัวจุ่ม เวลาจะใช้ก็จุ่มแล้วป้ายเข้ามาบนหน้าเลย คล้ายคอนซีลเลอร์ ที่หัวแปรงใหญ่ๆหน่อย ขวดทำมาจากแก้ว ค่อนข้างหนักค่ะขวดนี้



เนื้อรองพื้นเข้มข้นดี ไม่เหนียวแล้วก็ไม่เหลวจนเกินไป ถ้าใช้มือเกลี่ยจะไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไรจากประสบการณ์ที่ใช้มา ถ้าใช้ฟองน้ำเกลี่ยก็จะปกปิดได้ประมาณนึง แต่ถ้าใช้แปรงจะปกปิดได้ดีขึ้นค่ะ แต่....สำหรับเรา เรื่องรุขุมขนเค้าก็ปกปิดได้แค่ระดับกลางๆค่ะ ไม่ได้ปกปิดได้ดีอะไรขนาดนั้น เรื่องคุมมันก็ระดับกลางๆค่ะ หน้าเราที่เป็นผิวผสมก็ยังมีความมันให้เห็นกันอยู่บ้าง ก็ถือว่าไม่ได้น่าเกลียดเท่าไร เราว่าตัวนี้ก็โอเคสำหรับคนที่ผิวแห้ง ผิวผสมที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้างหรือเรื่องรอยสิวต่าง ๆ



Physicians Formula = สีเข้มมาก คือตัวเลือกสีค่อนข้างน้อยอ่ะค่ะตอนเราไปซื้อก็คือแทบไม่มีให้เลือกแล้ว ก็เลยทำให้เข้มกว่าผิวเราไปค่อนข้างมาก เนื้อมีความข้น เกลี่ยยากเล็กน้อย
Merezca = ตัวนี้จากสีขาว พอเกลี่ยก็จะปรับสีเองอัตโนมัติค่ะ เนื้อเกลี่ยง่ายมากๆ มีความฉ่ำๆเล็กน้อย ไม่เป็นคราบ เกาะผิวดี
Bourjois = สีค่อนข้างขาวค่ะ เพราะว่าสีที่ให้เลือกมีน้อยมาก ไม่ได้มีเฉดเยอะเหมือน ฟิตมี กับทรูแมท เนื้อรองพื้นเกลี่ยง่าย ให้ความชุ่มชื้นดี ลงแล้วเซตด้วยแป้งจะทำให้มีความแมทมากขึ้น
True Match = เนื้อเหลว เกลี่ยง่าย สำหรับเราสีค่อนข้างดรอป แต่ก็บางเบาดีนะ
Fit Me = ตัวนี้ก็เหมือนจะดรอปนะ เนื้อข้นขึ้นมาเล็กน้อย ประมาณ Physicians Formula แต่ก็ไม่ได้เกลี่ยยากเท่าค่ะ

นี่ก็เป็นรองพื้นที่เราใช้อยู่ และซึ่งเราที่เป็นคนผิวผสมก็ใช้แล้วรอดค่ะ อากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวแบบนี้ก็ส่งผลให้สภาพผิวหน้าของเราเปลี่ยนได้เช่นกันค่ะ แล้วอีกอย่างก็คือ ถ้ารูปไหนที่ดูไม่สวย แสงไม่ค่อยดี อันนี้ต้องขอภัยไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ เพราะว่า เป็นการรีวิวครั้งแรกของเราเลยค่ะ มันตื่นเต้น แล้วก็ถ่ายรูปไม่ค่อยจะเป็นเหมือนพวกมืออาชีพเค้า แต่ยังไงก็ฝากรีวิวน้อยๆของเราไว้ด้วยนะคะ จะพยายามพัฒนาขึ้นแล้วก็มาแบ่งปันสิ่งดีๆกันอีกนะคะ ขอบคุณค่ะ





เรียบเรียงโดยทีมงาน


ขอบคุณข้อมูลจาก : ปูพรมรอ


#รีวิวรองพื้น #เครื่องสำอาง #แต่งหน้า #รีวิวรองพื้น2019 #รองพื้น #ใช้ดีบอกต่อ


บทความล่าสุดหมวด รีวิว How to













แนะนำ hot










ครีมอาบน้ำผิวขาว , ท่าออกกำลังกายก่อนนอน , ครีมหน้าขาว , หวยเสือตกถังพลังเงินดี , ที่เที่ยววาเลนไทน์ , ฤกษ์คลอด 2563 , ทรงผมดัดสั้น , ราศีที่มีเสน่ห์ , ผมซอยสั้น , จิตวิทยาความรัก , โรคซึมเศร้า , ร้านกาแฟปากช่อง , โฟมล้างหน้า , เซรั่มบํารุงผม , วิธีจีบสาว , กระดาษซับมัน , ครีมหมักผม , สบู่รักษาสิว , คอลลาเจน , แชมพูสมุนไพร , หวย , หวยฮานอย , แนวทางหวยฮานอยวันนี้ , หวยลาว , หวยมาเลย์ , หวยไทยรัฐ , หวยเดลินิวส์ , หวยแม่จำเนียร
ติดต่อลงโฆษณา: gangbeauty@hotmail.com | แจ้งลบเนื้อหา / แนะนำติชม: gangbeauty@hotmail.com | © 2020 All right reserved. |