ปรับตัวเองให้คิดบวกอยู่เสมอ ความสุขขึ้นอยู่กับมุมมอง

37

เพื่อนๆ เคยได้ยินประโยคที่ว่า “ความสุขขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน” ไหมคะ? เมื่อเพื่อนๆ ได้ยินคำพูดดังกล่าวแล้ว เพื่อนๆ เกิดความรู้สึกอย่างไรบ้าง? เพื่อนๆ เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้หรือเปล่าคะ?

บนโลกนี้มีคนมากมายที่ประสบปัญหารุมเร้าในชีวิต บางคนต้องใช้ชีวิตยากเย็นแสนเข็ญ แต่ยังยิ้มสู้ชีวิตได้ เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในทางกลับกัน บางคนใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ แต่กลับรู้สึกท้อถอยอยู่บ่อยครั้งเราเชื่อว่า การที่คนเราจะมีความสุขได้นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับแอดติจูดของตัวเราเอง คิดอะไร…ก็ได้อย่างนั้น เฉกเช่นเดียวกับกฎแห่งแรงดึงดูด หากว่าเพื่อนๆ ต้องการปรับตัวเองให้คิดบวกอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มแอดติจูดดีๆ ช่วยพลิกวิกฤตชีวิตให้กลายเป็นบทเรียนสอนใจได้ ตามเราไปเรียนรู้เทคนิคคิดบวกพร้อมๆ กันเลยค่ะ

1.เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยพลังบวก

เชื่อว่าหลายๆ คนเคยประสบกับอาการง่วงเหงาหาวนอนในตอนเช้าอยู่บ่อยๆ แม้ว่าภายในใจลึกๆ แล้ว คุณจะรู้สึกไม่พร้อมแก่การลุกจากที่นอนอันแสนอบอุ่นเสียเลย แต่จำไว้ว่า ชัยชนะที่ดี…เริ่มที่จุดสตาร์ทเสมอ แทนที่จะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการบ่นกระปอดกระแปดว่า “วันนี้ไม่อยากไปทำงานเลย” หรือ “อยากนอนต่อจัง” ลองเปลี่ยนเป็นคำพูดเชิงบวก เพื่อให้ตัวคุณฮึกเหิมแต่เช้าจะเข้าทีกว่า เช่น “ฉันจะทําวันนี้ให้ดีที่สุด” หรือ “สู้ๆ นะ วันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวานแน่ๆ” เป็นต้น

2.รับประทานอาหารเช้าทุกวัน

ในชั่วโมงเร่งรีบก่อนเข้าทำงาน คนส่วนใหญ่มักละเลยการรับประทานอาหารเช้า เพราะกลัวไปทำงานสาย บางคนอาจลงเอยด้วยการดื่มกาแฟเพียงแก้วเดียว หรือข้ามอาหารมื้อนี้ไปเลยจนกลายเป็นกิจวัตร ทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารอย่างพอเพียง ถ้าอยากให้ชีวิตสดใส ไม่คิดลบง่าย ควรรับประทานอาหารเช้าให้ได้ทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่รู้สึกอ่อนเพลียหรือง่วงนอนระหว่างวัน และยังทำให้สมองประมวลผลได้ดียิ่งขึ้น

3.มองด้านดีของทุกสิ่ง

ทุกสิ่งบนโลกนี้เหมือนกับเหรียญสองด้าน คือมีทั้งด้านดีและด้านไม่ดีของมัน แต่ในเมื่อเราเลือกมองได้สองด้าน ก็เลือกมองด้านที่ดีกว่าสิ จะมัวมองด้านแย่ๆ ทำไม ถึงแม้ว่าวันนั้นๆ ของคุณจะประสบพบเจอแต่เรื่องแย่ๆ เข้ามากระทบจิตใจ พยายามมองด้านดีของทุกสิ่งเข้าไว้ ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำตัวโลกสวยเกินจริงนะ คุณสามารถเศร้าได้ เซ็งได้ แต่หลังจากที่อาการดังกล่าวนั้นหมดไปแล้ว ขอให้ปล่อยวางจากเรื่องนั้นเสีย แล้วลองมองหาด้านดีจากสิ่งนั้นๆ ดู มองในด้านดีว่าสิ่งนี้จะเป็นประสบการณ์ให้กับคุณ สอนให้คุณเป็นคนเก่งหัวใจแกร่งมากยิ่งขึ้น การมองด้านดีของทุกสิ่งอาจไม่ได้ทำให้สถานการณ์บางอย่างดีขึ้นหรือแย่ลง แต่ที่แน่ๆ และอย่างน้อยๆ การมองด้านดีของทุกสิ่ง ช่วยให้คุณไม่รู้สึกจิตตก ท้อแท้กับชีวิต และยอมแพ้เอาง่ายๆ

4.จดจ่อกับสถานการณ์ปัจจุบัน

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่คิดลบนั้น เป็นเพราะเขาเหล่านั้นยึดติดกับอดีต มัวแต่ตอกย้ำข้อผิดพลาดของตัวเองที่แล้วๆ มาอยู่ร่ำไป แก้ปัญหานี้ที่ต้นเหตุด้วยการยอมรับกับตัวเองว่าบนโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แม้ว่าบุคคลนั้นๆ จะอยากให้ทุกสิ่งอย่างออกมาเพอร์เฟ็กต์มากแค่ไหนก็ตาม เมื่อยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองได้แล้ว ให้หันมาจดจ่ออยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันแทน ด้วยการทำวันนี้ให้ดีที่สุด ถ้าคุณนึกไม่ออกว่าควรจะเริ่มทำตรงไหนให้ดีที่สุดก่อนดี เริ่มที่โมเมนต์ที่คุณนึกได้นี่แหละ ถ้าคุณกำลังพิมพ์เอกสารอยู่ จดจ่อสมาธิไปที่การพิมพ์เอกสารให้เต็มที่ ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นอีก จากนั้นนำกฏนี้ไปอะแดปต์ใช้กับทุกพาร์ทในชีวิต เท่านี้คุณก็จะมีสติมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา เมื่อคุณมีสติตลอดเวลา คุณจะสามารถเพิ่มพลังใจให้เต็มแม็กซ์ พร้อมสู้ต่อไปได้

โพสใกล้เคียง