ฝึกคิดเเบบนี้บ่อยๆ ช่วยให้เกิดความฉลาดทางจิต

460

ช่วยให้จิตเกิดสภาวะธรรมได้ง่าย ถ้าเราฝึกคิดเเบบนี้บ่อยๆ
1.ให้ระลึกว่าร่ายกายไม่ใช่ของเรา

จริงๆเเล้วมันเป็นคำสอนปกติ ในพุทธศาสนา ที่สอนให้ระลึกถึงความเป็นอนัตตาทุกๆคนสามารถระลึกได้ เเต่มักจะไม่เกิดความชัดเจน

พอที่จะทำให้เกิดสภาวะธรรมเเต่ถ้าเมื่อใดสามารถรู้ได้ว่าร่างกายเป็นเเค่ก้อนๆหนึ่ง ที่เดินไปมา สภาวะเช่นนี้คือการไม่ยึดกาย

การจะเกิดสภาวะเช่นนี้ได้ ต้องใช้การรับรู้เเยกผ่านทางการรับรู้ทางใดทางหนึ่งเป็นเวลานานๆ จนเกิดความรู้ในใจว่า จิตกับกายมันเเยกกัน

2.คิดให้เเยบคาย

ถ้าใครที่มีความเเยบคายในการคิดพิจารณาทางธรรมสูง ก็ต้องหมายความว่าผู้นั้นๆรับรู้เหตุปัจจัยตามความเป็นจริง

ซึ่งความเเยบคายนี้จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการเข้าถึงธรรมะขั้นสูง การฝึกเบื้องต้น เมื่อเราตื่นมาให้ระลึกว่าเราฝันว่าอะไรถึงสิ่งใดเรื่องราวเป็นอย่างไร

เเละให้มาทบทวนย้อนเหตุปัจจัย ว่ามันเอาความจำช่วงไหนไปปรุงเเต่งในฝันบ้างการทำเช่นนี้ จนเห็นว่าการฝันเป็นเพียงสิ่งปรุงเเต่งจากความจำ

จะช่วยเพิ่มความเเยบคายทางจิต

3.ระลึกว่าเราอาจลาจากโลกได้ทุกเมื่อ

ผู้ที่ระลึกเช่นนี้ จิตจะเกิดกำลังมาก เพระเป็นการกระตุ้นเตือนสัญชาติญานความกลัวภัยจะมาถึงตน จิตจึงจะหาที่พึ่งที่เที่ยงเเท้ คือธรรมะนั่นเอง

การกระทำเช่นนี้บ่อยๆ จะช่วยให้ปฏิบัติธรรมก้าวหน้า เเละเข้าถึงสภาวะธรรมได้ไว

5 ข้อชีวิตคุณอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คำสอนดีๆ จากพระพุทธองค์
พระพุทธองค์ทรงสอนพวกเราว่า..

1. ไม่ว่าเราได้พบเจอใคร เขาเหล่านั้นคือคนที่เราจะต้องได้พบเจอ ไม่มีใครเข้ามาในชีวิตเราด้วยเหตุบังเอิญ

2. ไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวใดๆ ขึ้นในชีวิตเรามันเป็นเรื่องที่จะต้องเกิด ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดีหรือร้ าย ไม่มีเรื่องใดที่บังเอิญ เพราะเราก็เคยทำอย่างนี้กับเขามาก่อนเมื่ออดีตชาติ

3. เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เกิดเมื่อไหร่ ที่ไหน เวลาใด นั่นคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรที่ไม่ควรเกิด เพราะมันต้องเกิด ต่อให้คุณเตรียมตัวหรือไม่ได้เตรียมตัว เมื่อปัจจัยถึงพร้อม สิ่งเหล่านั้นก็จะเกิดขึ้นในทันที

4. เมื่อปัจจัยจบ ต้องยอมรับว่าจบ อย่าเหนี่ยวรั้ง อย่าเอาแต่อาลัยอาวรณ์ ขอให้รู้ว่าเมื่อสุดมือสอยก็ให้ปล่อยมันไป กล้าเผชิญในสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องดีๆ กำลังรอคุณอยู่ข้างหน้า

5. ทำความดีในปัจจุบันให้มากที่สุด แล้วไม่ต้องสนใจว่าเราเคยทำกรรมอะไรมาบ้าง เพราะคิดไปก็เปล่าประโยชน์ เราทำอะไรกรรมเก่าไม่ได้แล้ว แต่ผู้มีปัญญาจะคิดว่า กรรมใหม่ดีๆ มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำและควรทำได้บ้าง แล้วจึงทำ สรุปกรรมดีในปัจจุบันสำคัญที่สุด

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาบุญทุกท่านพร้อม ทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ทุกๆท่าน

จากนี้เพิ่มเติมค่อยๆ อ่านให้เข้าใจ แล้วส่งต่อไปให้คนที่คุณรักอ่านกันด้วยนะ คนเราที่เจอกันไม่ใช่เรื่อง

“บังเอิญ” อยู่ที่ “บุญ” ที่เคยร่วมทำกันมา เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน

เมื่อสิ้นวาสนา? ก็ต้องจากกันไป? รั้งอย่างไรก็ไม่อยู่ ดังนั้น?.. ในตอนที่เรา?ยังไม่จากกัน

เราได้กระทำดีต่อคนที่แวดล้อมเราแล้วหรือยัง? เพราะเมื่อหมด “สัญญากรรม” แล้ว?

ไม่ว่าเราจะมีเงินหรือ มีอำนาจจนล้นฟ้า ก็ไม่สามารถเรียกร้อง กลับคืนมาได้? และไม่รู้ว่าจะกี่ภพกี่ชาติถึงจะได้เจอกันอีก

โพสใกล้เคียง