13 ประโยชน์จากน้ำส้มสายชู ที่คุณแม่บ้านไม่ควรพลาด !!!

อ่าน 9,083

น้ำส้มสายชู ถือเป็นเครื่องปรุงรสที่ทุกๆบ้านคงมีติดครัวไว้อยู่แล้ว น้ำส้มสายชูนอกจากช่วยเพิ่มความอร่อยของอาหาร หรือช่วยล้างสารพิษออกจากผักผลไม้แล้ว น้ำส้มสายชูก็มีประโยชน์ต่องานบ้านของคุณเช่นกันค่ะ วันนี้ gangbeauty จึงมาแนะนำเคล็ดลับการทำงานสะอาด หรือการขจัดคราบต่างๆด้วยน้ำส้มสายชูมาฝากกันค่ะ !!!

1. ทำความสะอาดไมโครเวฟ

ถ้าไมโครเวฟของคุณมีกลิ่น หรือเศษอาหารหลงเหลืออยู่ ให้คุณนำน้ำส้มสายชูและน้ำร้อนอัตราส่วน 1 : 1 เทลงไปในถ้วย จากนั้นก็นำไปวางไว้ในไมโครเวฟ ตั้งความร้อนที่ระดับสูงสุด แล้วอุ่นเอาไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อให้คราบสามารถขจัดออกได้ง่ายขึ้น จากนั้นก็ใช้ผ้าหรือฟองน้ำเช็ดคราบสกปรกในไมโครเวฟออกจนสะอาด

2. ลบรอยดินสอสี

หากผนังและพื้นบ้านเต็มไปด้วยรอยดินสอสี ฝีมือของเด็กๆ ล่ะก็ ให้ใช้แปรงสีฟันชุบน้ำส้มสายชู แล้วขัดออกเบาๆ เพียงเท่านี้คราบก็หายไปเหมือนสั่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนทำพื้นใหม่ หรือทาสีบ้านใหม่เลย ที่สำคัญน้ำส้มสายชูยังปลอดภัย และเป็นมิตรกับเด็กๆ อีกด้วย

3. กำจัดคราบหมากฝรั่ง

คราบหมากฝรั่ง หรือคราบสติ๊กเกอร์ ที่เกาะอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ หรือส่วนต่างๆ ของบ้าน มักจะทิ้งคราบเหนียวและรอยเปื้อนสีดำเอาไว้ให้ดูต่างหน้า ฉะนั้นหากคุณอยากจะกำจัดออก ให้ขัดด้วยผ้าชุบน้ำส้มสายชู ถูวนตามเข็มนาฬิกาในการกำจัดคราบหมากฝรั่ง ส่วนคราบสติ๊กเกอร์ ให้คุณทาน้ำส้มสายชูลงบนคราบ แล้วทิ้งไว้สัก 10 นาที แล้วขัดออกด้วยวิธีเดียวกัน คราบที่ว่ายากก็ออกอย่างง่ายดายแบบไม่ต้องลงแรงเลย

4. แก้ความฝืดของกรรไกร

ถ้าตอนนี้กรรไกรของคุณเริ่มฝืด ตัดอะไรไม่ค่อยจะขาด ให้เช็ดกรรไกรด้วยผ้าชุบน้ำส้มสายชูบิดหมาดๆ พราะน้ำส้มสายชูนั้นไม่ได้ทำให้กรรไกรสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่น้ำส้มสายชูยังช่วยป้องกันการเกิดสนิมให้กับกรรไกรอีกด้วย

5. ทำความสะอาดรอยไหม้บนเตาปิ้ง

บนตะแกรงหรือเตาปิ้งที่มีคราบอาหารเกาะอยู่ ก่อนจะนำไปทำความสะอาดให้ฉีดด้วยน้ำส้มสายชูเสียก่อน โดยปล่อยทิ้งไว้สักครู่ แล้วขัดคราบออกด้วยฝอยขัดหม้อ ก็จะช่วยให้คราบต่างๆ สลายออกได้ง่ายขึ้น

6. ทำความสะอาดกาน้ำชาและถ้วยกาแฟ

หากมีคราบติดอยู่ที่กาน้ำชา ให้ขัดด้วย น้ำส้มสายชูประมาณครึ่งถ้วย ที่ผสมกับเกลือหรือเบกกิ้งโซดา ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ก็จะสะอาดขึ้น สำหรับถ้วยกาแฟ หรือจานชามต่างๆ ให้เทน้ำส้มสายชูลงไปในภาชนะเหล่านั้นประมาณ 1 ถ้วยแล้ววางทิ้งไว้ แค่นี้ก็ไม่มีคราบสกปรกหลงเหลือแล้ว

7. ขจัดคราบในตู้เย็น

สำหรับปัญหาคราบไคลในตู้เย็นที่คุณแม่บ้านไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไรดี เราแนะนำให้คุณผสมน้ำเปล่า กับน้ำส้มสายชู อย่างละครึ่งถ้วยเข้าด้วยกัน ก็จะได้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดแล้ว ที่เหลือคุณก็แค่นำไปถูๆ ขัดๆ ตรงบริเวณที่มีรอยเปื้อนและคราบสกปรกที่เกาะติดอยู่ตามผนัง ประตู ลิ้นชัก และช่องต่างๆ ภายในตู้เย็นเท่านั้นเอง

8. จัดการกับเชื้อรา

หากห้องน้ำของคุณกำลังโดนเหล่าเชื้อราบุก ไม่ควรนิ่งนอนใจต้องรีบกำจัดออกซะตั้งแต่ตอนนี้เลย โดยการฉีดน้ำส้มสายชูลงไปให้ทั่วทั้งห้องน้ำ รวมทั้งสุขภัณฑ์ต่างๆ ภายในห้องน้ำด้วย ไม่ว่าจะเป็นอ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้า หรือฝักบัว จากนั้นก็เช็ดตามอีกครั้งด้วยผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ วิธีนี้ยังสามารถนำไปใช้ทำความสะอาดคราบเชื้อราในห้องอื่นๆ ได้อีกด้วย

9. ตะไคร่หายเกลี้ยง

ก๊อกน้ำในห้องครัว ในห้องน้ำ หรือบริเวณโรงรถของคุณ หากไม่ดูแลให้ดีอาจจะมีคราบสีเขียวๆ หรือตะไคร่น้ำเข้ามาเยี่ยมเยือน ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันแขกที่ไม่พึงประสงค์ คุณควรจะเช็ดหัวก๊อกน้ำด้วยน้ำส้มสายชู 1 ช้อนชากับเกลือ 2 ช้อนโต๊ะ ทาลงบนหัวก๊อกให้ทั่วจากนั้นให้ขัดออกด้วยผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ อย่างเบามือ เท่านี้คราบต่างๆ ก็ไม่กล้ามากวนใจคุณแล้ว

10. แก้ปัญหาชักโครกสกปรก

ชักโครกที่คุณเห็นว่าสะอาดนั้น จริงๆ แล้วอาจจะไม่ได้สะอาดอย่างที่คุณคิด ดังนั้นคุณจึงควรทำความสะอาดด้วยการนำน้ำส้มสายชูกลั่นราดลงไปให้ทั่วชักโครก จากนั้นก็ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5 - 6 ชั่วโมง หรือ 1 คืน แล้วขัดคราบสกปรกออกด้วยแปรงขัด เมื่อขัดจนคราบออกหมดแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

11. ซักผ้าม่านได้ทันใจ

การทำความสะอาดผ้าม่านนั้นก็ง่ายๆ แค่เพียงใช้น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับเกลือหรือผงเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ส่วน 4 ช้อนโต๊ะ แล้วนำส่วนผสมทั้งหมด ขัดที่บริเวณที่มีคราบสกปรก แล้วปล่อยทิ้งไว้จนแห้งสนิท จากนั้นก็ใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดสิ่งสกปรกออกอีกครั้ง ทั้งนี้อย่าลืมดูชนิดผ้าของผ้าม่านด้วยนะคะว่า สามารถใช้กับเครื่องดูดฝุ่นได้หรือเปล่า

12. ป้องกันวัชพืช

หากมีวัชพืชลอยหน้าลอยตาอยู่ในกระถาง หรือสวนของคุณ ให้กำจัดออกด้วยการราดน้ำส้มสายชูลงไปบนวัชพืชให้ชุ่ม แล้วปล่อยทิ้งไว้ เพียงเท่านี้วัชพืชก็ไม่กลับมารบกวนเหล่าต้นไม้สุดที่รักของคุณอีกแล้วล่ะ

13. ยืดอายุดอกไม้ให้บานสะพรั่ง

คุณสามารถคงความสดให้กับดอกไม้ในแจกันด้วย การใส่น้ำส้มสายชูลงในแจกันประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำตาลประมาณ 1/4 ส่วน โดยวัดจากปริมาณน้ำทั้งหมด แล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน เท่านี้ดอกไม้ของคุณก็บานสะพรั่งอยู่ในแจกันได้นานขึ้นแล้วค่ะ

: sympa-sympa.com



บทความแนะนำ




บทความ "วาไรตี้"



บล็อคโคลีดอกกะหล่ำกินดิบลดความอ้วนกินเก่งแว็กซ์ครีมสุขภาพหิวบ่อยถั่วงอกหน่อไม้กะหล่ำปลีผักที่ไม่ควรกินดิบ