เมื่อต้องเผชิญกับมลภาวะฝุ่นละออง PM 2.5 ผู้ป่วยโรคตา และผู้สวมใส่คอนแทคเลนส์ควรดูแลสุขภาพตาให้ดี

อ่าน 6,562

หลังที่บ้านเราโดนฝุ่นละออง PM 2.5 จักษุแพทย์ก็พบว่ามีผู้ป่วยมารักษาอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวกับตามากขึ้น แนะผู้ป่วยโรคตา และผู้สวมใส่คอนแทคเลนส์ดูแลสุขภาพตาให้ดี

รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ จักษุแพทย์หัวหน้าศูนย์ตาธรรมศาสตร์ และประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากที่มีปัญหาฝุ่นละอองทำให้มีผู้ป่วยมาโรงพยาบาลแผนกตามากขึ้น ด้วยเรื่องของอาการแสบตา ตาแดง และเคืองตามากขึ้น เนื่องจากปัญหาตาแห้งหรือแสบตาเป็นปัญหาของคนยุคใหม่อยู่แล้ว ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆ รวมถึงการใช้สายตากับคอมพิวเตอร์เยอะๆ เมื่อมีวิกฤตของฝุ่นละออง และหมอกควันเยอะขึ้น ทำให้เกิดการระคายเคืองที่บริเวณดวงตามากขึ้น ทำให้ตาแห้งและทำให้ตาแดง บางคนรุนแรงถึงขั้นตาอักเสบได้



ฝุ่นละออง PM 2.5 ทำให้คนป่วยเป็นโรคตามากขึ้น?

โดยทั่วไปฝุ่นขนาดเล็กอาจทำให้ดวงตาเกิดอาการระคายเคือง แต่อาการผิดปกติเหล่านี้มักเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ไม่ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงกับดวงตา ยกเว้นในผู้ที่มีความผิดปกติกับดวงตาอยู่แล้ว เช่น ต้อลม ต้อเนื้อ หรือภูมิแพ้ขึ้นตา อาจทำให้มีอาการเคืองตา ตาแดงมากกว่าปกติ



อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่พบฝุ่นละอองฟุ้งอยู่ในอากาศภายนอกมากมายนี้ จึงควรดูแลสุขภาพของดวงตาตนเองให้ดี ดังนี้

1. ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นควันหนาแน่นเท่าที่สามารถทำได้

2. หากมีอาการระคายเคืองตาหรือแสบตา ควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตา ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือใช้น้ำตาเทียมหยอดตา

3. ในคนที่มีปัญหาต้อลม ต้อเนื้อ หรือภูมิแพ้บริเวณดวงตาอยู่แล้ว เมื่อต้องเข้าไปในบริเวณที่มีฝุ่นควันมากๆ จะทำให้มีอาการมากขึ้น ควรหาแว่นตาชนิดมีขอบด้านบนและด้านข้างมาใส่ เพราะแว่นตาทั่วไปไม่สามารถป้องกันฝุ่นควันเข้าตาจากด้านข้างได้

4. คนที่ใส่คอนแทคเลนส์ หากต้องอยู่ในที่มีฝุ่นควันเยอะควรใช้แว่นตาแทนเพราะการใส่คอนแทคเลนส์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ดวงตาได้

5. หากมีอาการผิดปกติทางตารุนแรง เช่น ตาแดงมาก มีขี้ตาสีเขียวหรือเหลืองแสดงว่าดวงตาติดเชื้อ หรือตามัวลงให้ไปพบจักษุแพทย์โดยเร็ว

แสบตา เคืองตา จากฝุ่นละออง ฝุ่นควัน ควรทำอย่างไร?

หากใครที่มีอาการแสบตาเคืองตามาก โดยสันนิษฐานว่ามาจากฝุ่นละออง หรือฝุ่นควันต่างๆ ควรปฏิบัติดังนี้



1. ใช้น้ำสะอาดล้างดวงตา อาจเป็นน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว หรือน้ำเกลือ (normal saline หรือน้ำเกลือล้างแผล)

2. ถ้ามีน้ำตาเทียมสำหรับหยดตาอยู่แล้ว ก็สามารถใช้น้ำตาเทียมหยอดล้างบริเวณดวงตาได้ จะปลอดภัยกว่าการใช้น้ำยาล้างตาที่เป็นสารเคมี



บทความแนะนำ




บทความ "วาไรตี้"



นอนน้อยผู้หญิงตัดสินใจกินอะไรไม่อ้วนทะเลาะกับแฟนเฟสบุ๊กอันตรายงี่เง่าเชื้อโรคสระว่ายน้ำฟังเพลงตอนทำงานทำงานมือถือนอนดึกโทรไลน์ความเสี่ยงผู้หญิงทำผิด