วิธีแก้ปวดขา คลายกล้ามเนื้อที่เกร็งปวดเพราะยืนนานๆ

อ่าน 7,299



ยืนนานจนปวดส้นเท้า เมื่อยที่ฝ่าเท้า หรือเดินเยอะจนขาอ่อนล้าไปหมด มาลองวิธีแก้ปวดขา คลายกล้ามเนื้อที่เกร็งปวดเพราะยืนนานๆ ด้วยตัวเองกันค่ะ

อาการปวดเมื่อยเท้า เมื่อยน่อง และเมื่อยขาจากการเดิน เดิน เดิน แถมด้วยการยืนอีกนานนับชั่วโมง คงสร้างความทรมานให้ร่างกายน่าดูนะคะ ฉะนั้นอย่าปล่อยให้อาการปวดเมื่อยอยู่กับเราอีกต่อไปเลยดีกว่า เพราะวันนี้เรามีวิธีแก้ปวดขา  รวมทั้งวิธีคลายอาการเมื่อยล้าขาและเท้า สำหรับคนที่เดินเยอะ ยืนนาน มาให้ลองบรรเทาอาการด้วยตัวเอง

1. นวดฝ่าเท้าด้วยขวดน้ำเย็น






สำหรับคนที่รู้สึกปวดฝ่าเท้ามากๆ ลองใช้น้ำเย็นนวดฝ่าเท้าในเบื้องต้นก่อนก็ได้ค่ะ โดยวางเท้าลงบนขวดน้ำเย็นจัด แล้วใช้เท้าเลื่อนขวดน้ำไป-มา วิธีนี้จะช่วยลดอาการปวดเมื่อยบริเวณฝ่าเท้าได้ และยังอาจช่วยสลายพังผืดที่ฝ่าเท้าด้วยนะ หรือหากไม่ใช้ขวดน้ำเย็นก็สามารถใช้ลูกบอลแทนได้เช่นกัน

2. แช่เท้าในน้ำเกลือยิปซั่ม



ผสมน้ำอุ่นกับเกลือยิปซั่ม (เกลือแมกนีเซียมซัลเฟต) ในอัตราส่วนเกลือ 1 ถ้วยตวงต่อน้ำอุ่น 1 กะละมัง (ปริมาณที่ท่วมหลังเท้า) นาน 30 นาที ให้แมกนีเซียมซัลเฟตและความอุ่นของน้ำช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งและลดอาการเท้าบวมจากการยืนหรือเดินนานๆ จากนั้นก็อาบน้ำตามปกติ

3. พาดขาบนเก้าอี้หรือหมอน






หากสามารถหาเก้าอี้สักตัวหรือพื้นต่างระดับที่เราจะสามารถพาดขาได้สูงประมาณ 45 องศาจากพื้นได้ ก็จัดเพื่อคลายอาการปวดเมื่อยขาและเท้าได้เลยค่ะ เพราะการยกขาให้สูงกว่าระดับลำตัวจะช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดอาการปวดบวมที่เท้าได้ และยังช่วยให้เลือดจากขากลับเข้าสู่หัวใจได้ดีขึ้นอีกด้วย ดังนั้นเราก็พักเท้าสัก 5-10 นาทีไปเลย

4. แก้เมื่อยน่องด้วยท่ายืดเหยียด



สำหรับใครที่รู้สึกปวดเมื่อยน่องมากเป็นพิเศษ แนะนำให้ลองท่านี้เลย โดยเริ่มจากยืนห่างจากผนังประมาณครึ่งช่วงแขน แล้วก้าวเท้าซ้ายไปใกล้ผนัง โดยให้เท้าทั้งสองข้างตั้งฉาก จากนั้นงอเข่าซ้าย แล้วใช้มือสองข้างยันผนังไว้ แล้วเหยียดขาขวาออกไปทางด้านหลังให้มากที่สุดจนขาตึง เข่าตึง ค้างไว้ 10-30 วินาที จากนั้นจึงสลับทำอีกข้าง

5. นอนเอาเท้ายันกำแพง



ให้นอนเอาเท้ายันกำแพง โดยให้เท้าอยู่สูงจากพื้นประมาณครึ่งเมตร แล้วกระดกปลายเท้าขึ้นสลับกันทั้ง 2 ข้าง ข้างละประมาณ 5 นาที ท่านี้จะช่วยให้การไหลเวียนเลือดสะดวกยิ่งขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อเกิดความผ่อนคลายมากขึ้นไปด้วย

6. ฝึกโยคะท่ายกขาขึ้นกำแพง



คนที่ใช้กำลังขาหนักหน่วง เช่น ต้องยืนนานๆ หรือเดินมากๆ ท่าโยคะยกขาขึ้นกำแพงจะช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้าที่ขาและเท้าได้ เนื่องจากเมื่อยกขาพาดกำแพงแล้ว ระบบเลือดที่ไหลเวียนผ่านช่วงขาและเท้าจะถูกกระตุ้นให้ทำงานสะดวกขึ้น เหล่าเส้นเลือดที่ขดเกร็งตัวจนเกิดอาการเมื่อยล้าก็จะค่อยๆ คลายตัวลงในที่สุดนั่นเองค่ะ และนอกจากท่าโยคะยกขาขึ้นกำแพงจะช่วยแก้อาการเมื่อยขาแล้ว ยังเผื่อแผ่ประโยชน์ดีๆ มาช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อสะโพกและช่วงหลังได้อีกด้วยนะ

ส่วนวิธีฝึกก็ไม่ยากค่ะ เพียงแค่นอนหงาย ให้บั้นท้ายชิดผนัง เอาขาพาดขึ้นไปบนกำแพง โดยที่ขาทั้งสองข้างชิดกัน และให้ขาชิดกับผนัง จากนั้นวางมือหงายทั้งสองข้าง กางแขนออกเล็กน้อย และหลังแนบพื้น ทำท่านี้ค้างไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นก็คลายท่า แต่ถ้าใครยังสับสนกับวิธีฝึกท่ายกขาขึ้นกำแพง ก็สามารถมาดูการฝึกท่านี้อย่างละเอียดได้จากบทความด้านล่างนี้เลย

7. แก้ปวดขา น่อง และแก้ปวดหลังด้วยโยคะท่ายืดตัวก้มหน้า



เริ่มจากท่านอนคว่ำ แยกขาให้เท่าช่วงไหล่ แล้วค่อยๆ ดันตัวขึ้นจนสุด ให้มีลักษณะเหมือนตัว V คว่ำ โดยใช้มือและเท้ายันไว้ จากนั้นยกส้นเท้าขึ้นและวางลงสลับกันจนครบ 10 ครั้ง แล้วทำซ้ำกับขาอีกข้าง ท่านี้จะช่วยคลายกล้ามเนื้อส่วนหลัง ต้นขา น่อง และเอ็นร้อยหวายไปพร้อมๆ กัน

ได้รู้วิธีแก้ปวดเท้า ปวดน่อง ปวดส้นเท้าหลังจากเดินเยอะๆ ยืนนานๆ กันไปแล้ว ก็ลองนำไปบรรเทาอาการกันนะคะ และนอกจากนี้เรายังมีวิธีป้องกันอาการปวดเท้า เมื่อยขาหากต้องยืนนานๆ หรือเดินมาราธอนมาฝากด้วย

วิธีป้องกันอาการปวดเมื่อยเท้า เมื่อต้องเดิน-ยืนนานๆ




1. ใส่รองเท้าที่มีพื้นนิ่มและหลวมเล็กน้อย

รองเท้าที่มีพื้นนิ่มจะช่วยลดแรงกดที่เท้าได้ ส่วนการเลือกรองเท้าหลวมก็เพื่อเผื่อเอาไว้ในกรณีที่ยืน-เดินนานๆ มาทั้งวัน ตกเย็นเท้าอาจบวมได้

2. พักการยืนบ่อยๆ

โดยหย่อนขาข้างหนึ่ง เพื่อลดแรงกดที่เท้าข้างเดียวซ้ำๆ จนเกิดอาการปวดหรือบวมขึ้นได้ และพยายามสลับหย่อนขาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้นั่ง



3. ยืนสลับนั่ง

ในกรณีที่สามารถหาจังหวะนั่งพักได้ ก็พยายามอย่ายืนท่าเดิมนานๆ ให้สลับมานั่งพักบ้างเพื่อเป็นการพักขาและเท้าไปในตัว

4. ย่ำเท้าเมื่อรู้สึกเมื่อย

หากรู้สึกเมื่อยล้า ให้ย่ำเท้าอยู่กับที่หรือเดินไป-มา ประมาณ 2-3 นาที เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนจากขากลับเข้าสู่หัวใจดีขึ้น ป้องกันเส้นเลือดขอด



บทความแนะนำ




บทความ "สุขภาพ"



ล้างสารพิษร่างกายเสื่อมสภาพผักและผลไม้สุขภาพหน้าแก่แก่ก่อนวัยดื่มน้ำ