13 ประโยชน์ที่ได้จาก "มันเทศ" ชะลอวัย บำรุงผิว ลดน้ำหนัก

อ่าน 1,503

"มันเทศ" เชื่อว่าต้องคุณเคยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ยิ่งกับคุณสาวๆที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ เพราะ "มันเทศ" เป็นอีก 1 อาหารสำหรับไดเอท แต่นอกจากช่วยเรื่องลดน้ำหนัก เจ้า "มันเทศ" ยังเต็มไปด้วยประโยชน์อีกมากมาย ฉะนั้นวันนี้ GangBeauty เลยขอมีประโยชน์ที่ได้จาก "มันเทศ" มาฝากกันค่ะ ไปดูกันเลย



1. หัวมันเทศ (โดยเฉพาะเนื้อสีเหลืองหรือสีส้ม) และใบ จะมีสารเบตาแคโรทีนสูงมาก ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา

2. หัวมันเทศเนื้อสีม่วงจะมีสารแอนโทไซยานินสูง ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย

3. วิตามินซีที่มีอยู่ในมันเทศ ถึงแม้มันจะมีอยู่ไม่มาก แต่มันก็มีส่วนช่วยชะลอวัย บำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสวยงามได้เช่นกัน

4. ใยอาหารหรือไฟเบอร์ที่มีอยู่ในมันเทศนั้นเรียกได้ว่ามีปริมาณที่ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรเลยทีเดียว เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนาน ทำให้ไม่อยากรับประทานอาหารอื่นๆ เพิ่มเติม มันจึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการช่วยลดน้ำหนักของคุณทางอ้อมได้ อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่ระบุไว้ชัดเจนว่ามันเทศสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้ ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องกังวลว่ารับประทานมันเทศบ่อยๆ แล้วจะทำให้คุณอ้วนขึ้น โดยมีคำแนะนำว่าให้รับประทานมันเทศในช่วงเช้า (09.00 - 11.00 น.) เป็นประจำ ก็จะช่วยทำให้รูปร่างของคุณดูดีขึ้นมาได้



5. ด้วยความที่มันเทศมีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี

6. หลายท่านคงประสบกับปัญหาเหน็บชากิน เวลานั่งหรือยืนโดยไม่เปลี่ยนท่า หรือนั่งทับเท้าเป็นเวลานาน ใครที่เป็นบ่อยๆ ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหัวมันเทศนั่นเอง

7. ส่วนข้อมูลจากสมาคมเภสัชและอายุรเวชโบราณแห่งประเทศไทย ระบุว่าใบมันเทศช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ห้ามเลือดจากบาดแผล แก้ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ลดระดับน้ำตาล ช่วยระบายท้อง ป้องกันท้องผูก ขับพิษ รักษาโรคตาที่มองไม่เห็นในที่มืด ช่วยบำรุงผิวและชะลอวัย

ส่วนวิธีการนำมารับประทานก็มีหลายรูปแบบ เช่น ลวกกินกับน้ำพริก ผัดไฟแดง ใส่ลงในโจ๊ก ทำยำ ในประเทศญี่ปุ่นจะนำใบมาดองในกระป๋องจำหน่าย ส่วนหัวมันเทศช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ รวมถึงโรคมะเร็ง ช่วยปรับสภาพเลือด บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงเลือด บำรุงกระเพาะ ม้าม แก้โรคดีซ่าน รักษาเบาหวาน ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันโรคต้อกระจก ตาบอดตอนกลางคืน อีกทั้งหัวมันเทศยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 6 ซึ่งช่วยในการทำงานของสมอง ป้องกันอาการทางประสาท นอนไม่หลับ และอาการซึมเศร้าได้ดี

แต่ข้อมีข้อควรระวังก็คือ สตรีใกล้คลอดไม่ควรรับประทาน (เพราะอาจทำให้พลังงานในตัวมารดาสะดุดหรือมีอาการท้องอืดเฟ้อ) และผู้ที่มีอาการท้องอืดเฟ้อ บิด เป็นมาลาเรียก็ไม่ควรรับประทาน (ไม่ได้ระบุเหตุผลไว้) และจากข้อมูลยังระบุด้วยว่าห้ามใช้มันเทศปรุงร่วมกับไข่ไก่ (ตรงนี้ก็แปลกมาก ไม่ทราบว่าห้ามเพราะอะไร ผมเห็นในต่างประเทศคนรับประทานมันเทศร่วมกับไข่ไก่ลวกก็เยอะแยะไป) และยังมีข้อมูลจากส่วนอื่นอีกที่ระบุว่าห้ามทานมันเทศร่วมกับลูกพลับ เพราะจะทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร (จริงเท็จอย่างไรไม่ทราบนะครับ) ส่วนบางข้อมูลก็ระบุว่าหัวมันเทศช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รักษาโรคโลหิตจาง บรรเทาอาการของโรคความดันโลหิต (ข้อมูลส่วนนี้ต้นฉบับไม่ได้ระบุแหล่งอ้างอิงนะครับ เลยไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร)

8. หัวมันเทศมีคุณประโยชน์มาก เพราะใช้เป็นอาหารของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี เราสามารถนำมันเทศมาใช้ปรุงอาหารได้ทั้งคาวและหวาน โดยอาหารหวาน ได้แก่ มันเทศแกงบวด มันเทศต้มน้ำตาล มันเทศเชื่อม มันเทศกวน มันเทศฉาบ มันเทศทอด มันเทศเผา มันเทศรังนก หรือนำมานึ่งกิน เป็นต้น ส่วนอาหารคาวก็ได้แก่ แกงเลียง แกงกะหรี่ แกงมัสมั่น แกงคั่ว เป็นต้น[2] ส่วนชาวลั้วะและชาวไทใหญ่จะใช้หัวนำมานึ่งกินกับน้ำพริก

9. หัวมันเทศเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตชั้นดีที่ให้พลังงานโดยไม่ก่อพิษต่อร่างกายแบบอาหารที่แปรรูปจากแป้งและน้ำตาลแบบอื่นๆ จึงสามารถนำมาใช้รับประทานแทนข้าวได้ โดยคุณค่าทางโภชนาการของหัวมันเทศต่อ 100 กรัม ประกอบไปด้วย พลังงาน 100 แคลอรี, แป้ง 25 กรัม, โปรตีน 1.7 กรัม, ไขมัน 0.3 กรัม, น้ำ 70 กรัม, เถ้า 1 กรัม, แคโรทีน (เฉพาะในเนื้อหัวสีเหลือง) 2,000-5,000 หน่วย, วิตามินบี 1 0.1 มิลลิกรัม, วิตามินบี 2 0.05 มิลลิกรัม, วิตามินบี 3 0.7 มิลลิกรัม, วิตามินซี 25 มิลลิกรัม เป็นต้น

10. ส่วนของยอดอ่อนมันเทศก็สามารถนำมาใช้รับประทานเป็นผักได้เช่นกัน โดยนำมาทำแกง เช่น แกงส้ม หรือนำลวกจิ้มกับน้ำพริก ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการของยอดอ่อนมันเทศต่อ 100 กรัม ประกอบไปด้วย พลังงาน 48 แคลอรี, แป้ง 9.2 กรัม, โปรตีน 3.6 กรัม, ไขมัน 0.7 กรัม, น้ำ 85 กรัม, เถ้า 1.5 กรัม, แคโรทีน 6,000 หน่วย, วิตามินบี 1 0.12 มิลลิกรัม, วิตามินบี 2 0.24 มิลลิกรัม, วิตามินบี 3 0.09 มิลลิกรัม, วิตามินซี 27 มิลลิกรัม เป็นต้น



11. นอกจากจะใช้เป็นอาหารของมนุษย์แล้ว เรายังใช้เป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย เช่น ใช้เป็นอาหารวัว ควาย หมู กระต่าย เป็ด ไก่ ปลา และอาหารแพะ เป็นต้น โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ก็ใช้ได้ทั้งหัว เถา และใบ บางแห่งมีการปลูกมันเทศเพื่อใช้เลี้ยงหมูโดยเฉพาะ คือ เมื่อมันเทศทอดยอดและลงหัวดีแล้วก็ปล่อยให้สุกรลงไปกินยอด กินใบ และขุดหัวกินเอง

เรียกว่ามากประโยชน์จรงิๆนะคะสำหรับ "มันเทศ" ยิ่งกับคุณสาวๆที่กำลังลดนำหนักแล้ว ควรหามาทานเป็นอย่างยิ่ง....



บทความแนะนำ




บทความ "สุขภาพ"



หน้ากากอนามัยหน้ากากn95ออฟฟิศซินโดรมปวดหลังประโยชน์แตงโมpm2.5ฝุ่นละออง